เลือดออกบ่งบอกหลากอันตราย

ร่างกายของเราทุกคนนั้นมันมักจะมีสัญญาณต่างๆ ที่บ่งบอกออกมาว่าเกิดความผิดปกติภายในร่างกาย ซึ่งบางครั้งอาจส่งผลอันตรายขั้นร้ายแรงก็เป็นไปได้ เมื่ออุณหภูมิในร่างกายสูงเกินไปเราก็จะมีอาการไข้ขึ้น ขณะเดียวกับการที่เครียดจากการทำงานหรือเรียนหนังสือมากๆ ก็จะออกอาการปวดหัวอย่างเห็นได้ชัด เช่นเดียวกับท้องร้องเมื่อมีอาการหิวนั่นเอง สำหรับเลือดออกตามส่วนต่างๆ ของร่างกายนั้นมันก็บ่งบอกได้หลากหลายอันตรายเช่นกัน

การที่เลือดของคนเราออกตามอวัยวะต่างๆ ของร่างกายนั้นมันก็เป็นการส่งสัญญาณเตือนอันตรายได้แตกต่างกันออกไป และที่เห็นกันได้อยู่บ่อยๆ นั่นก็คือเลือดกำเดาไหล ซึ่งหากพบในผู้ใหญ่และมีอาการของเลือดที่ออกมามากเป็นเวลายาวนานนั้นมันอาจจะเกิดจากมะเร็งในโพรงจมูก รวมไปถึงมะเร็งปอดได้เลยทีเดียว แต่หากเป็นเลือดออกตามไรฟันนั้นมันก็อาจจะมีต้นต่อบ่อเกิดมาจากมะเร็งเม็ดเลือดขาว รวมไปถึงโรคเลือดชนิดร้ายอื่นๆ อีกด้วย

แต่หากท่านใดมีอาการไอออกมาเป็นเลือดแล้วล่ะก็ ขอบอกเอาไว้ให้ทำใจเลยว่าท่านอาจจะเป็นวัณโรคปอด ตลอดไปจนถึงมะเร็งปอด ขณะที่ถ้าอาเจียนออกมาเป็นเลือดแดงๆ สดๆ หรือถ่ายอุจจาระออกมามีสีดำนั้นมันก็เป็นการเตือนว่าท่านมีอาการของภาวะเลือดออกในทางเดินอาหาร ซึ่งมันอาจเกิดขึ้นได้จากแผลในกระเพาะอาหารหรือมะเร็งกระเพาะอาหารนั่นเอง

คราวนี้มาลองดูอาการเลือดออกจากการขับถ่ายกันบ้าง สำหรับท่านที่มีเลือดปนออกมากับปัสสาวะนั้นมันอาจเกิดจากมะเร็งไตหรือไม่ก็เป็นมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ ขณะที่หากถ่ายออกมาเป็นเลือดแดงสดติดต่อกันเป็นเวลานานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนใหญ่จะพบในท่านที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป อาจเกิดจากโลกมะเร็งลำไส้ใหญ่ แต่ถ้ามีเลือดออกที่หัวนมนั้นมันอาจจะส่งสัญญาณมาเคาะประตูบ้านบอกท่านว่ามะเร็งเต้านมกำลังจะแวะมาทักทาย

ส่วนสุภาพสตรีท่านใดที่มีอาการเลือดออกทางช่องคลอดที่มันผิดเพี้ยนไปจากการที่เลือดออกเป็นประจำในวันมามากแล้วล่ะก็ ขอให้เตรียมใจไว้หน่อยว่าท่านอาจเป็นมะเร็งโพรงมดลูก รวมไปถึงมะเร็งปากมดลูกอีกด้วย นอกจากนี้หากท่านใดมีจุดแดงหรือจ้ำเขียวขึ้นตามผิวหนัง อาการนี้อาจชี้ให้เห็นถึงภาวะเลือดออกใต้ผิวหนัง ซึ่งอาจเกิดจากไข้เลือดออก, โรคไขกระดูกฝ่อ รวมไปถึงมะเร็งเม็ดเลือดขาว

โซเชี่ยลเน็ตเวิร์กมีข้อดีอยู่ที่ความคิด

นาทีนี้คงไม่มีท่านใดจะปฏิเสธได้เลยว่าเป็นยุคทองของโซเชี่ยลเน็ตเวิร์กอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะหันไปทางไหนเราก็จะเห็นแต่คนก้มหน้าก้มตาเล่นโซเชี่ยลต่างๆ ผ่านสมาร์ทโฟนตัวโปรด และที่แน่นอนว่าของแต่ละอย่างนั้นมันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย สำหรับข้อเสียของโซเชี่ยลเน็ตเวิร์กนั้นก็มีไม่น้อยหากเราใช้ไม่ถูกวิธี แต่วันนี้เราจะมาดูข้อดีของมันกันดีกว่า

สิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนจากการเล่นโซเชี่ยลเน็ตเวิร์กนั่นก็คือทำให้เราไม่รู้สึกเดียวดาย เนื่องจากมีเพื่อนมากมายในโลกไซเบอร์ให้เราได้พบเจอและพูดคุยคลายความโดดเดี่ยวได้เป็นอย่างดี โดยเราสามารถโต้ตอบได้จากการโพสต์หรือตอบกระทู้ต่างๆ ตามเว็บไซต์ หรือจะเลือกไปใช้บริการแชททางไลน์หรือเฟสบุ๊กก็ได้เช่นเดียวกัน ขณะเดียวกันก็จัดได้ว่าเป็นแหล่งข้อมูลดีๆ มากมายเลยล่ะ แต่เราก็ต้องเลือกเสพแต่ข่าวสารที่ดีมีประโยชน์เท่านั้น อย่ามัวเสียเวลาไปเสพข่าวที่ไม่มีประโยชน์

นอกจากนี้ยังมีข้อดีที่ไม่น่าจะเชื่อเลยนั่นก็คือโซเชี่ยลเน็ตเวิร์กนั้นมันสามารถช่วยให้เราเลิกสูบบุหรี่ได้อีกด้วย โดยที่เลิกได้นั้นไม่ใช่ว่ามันเป็นยาชั้นดีเลิศประเสริฐมาจากไหนหรอก นอกจากการให้กำลังใจจากบรรดาคนรอบข้างในโซเชี่ยลเน็ตเวิร์กจนเป็นแรงผลักดันให้เราเลิกบุหรี่อย่างจริงจังนั่นเอง ขณะเดียวกันนั้นก็มีส่วนช่วยให้เราเอาในใส่ในภาพลักษณ์ของเราเองมากกว่าเดิม เนื่องจากตามโซเชี่ยลต่างๆ มักจะมีการโพสต์รูปของตนเอง ดังนั้นเมื่อเราเห็นคนหุ่นดีๆ แล้วมันก็เป็นแรงบันดาลใจที่จะทำให้เราลุกขึ้นมาเอาจริงเอาจังกับสุขภาพและหากอ้วนอยู่ก็มีความมุ่งมั่นที่จะลดมันกันเลยล่ะ

อย่างไรก็ดีตามที่บอกกันไปข้างต้นแล้วว่าของทุกอย่างล้วนเป็นดาบสองคม แต่จะใช้ให้เป็นประโยชน์หรือโทษนั้นมันขึ้นอยู่กับมุมมองของเรานั่นเอง และทางที่ดีก็ควรเล่นให้พอดีไม่มากไม่น้อยจนเกินไป เนื่องจากหากเล่นมากๆ อาจส่งผลเสียตามมาอย่างคาดไม่ถึงอย่างเช่นกลายเป็นอิจฉาตาร้อนบรรดาผู้คนในโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ก

โยคะวันละนิดพิชิตโรคอ้วน

ชั่วโมงนี้เราทุกคนคงต้องยอมรับกันแล้วล่ะว่าปัญหาโรคอ้วนนั้นได้กระจายแพร่ไปทั่วทุกหัวระแหงของบ้านเรา โดยไม่ว่าจะเป็นเพศใดวัยใดก็สามารถที่จะเป็นโรคอ้วนกันได้ และที่สำคัญนั้นมันเป็นตัวการที่จะนำเอาโรคร้ายต่างๆ มาเป็นแพ็กเกจ ขณะที่โยคะก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของกิจกรรมการออกกำลังกายที่ได้รับความนิยมอยู่ไม่ใช่น้อยเลย ดังนั้นมันคงดีไม่ใช่น้อยเลยหากเราสามารถนำเอาโยคะมาผสมผสานการเล่นแต่ละท่าให้สามารถช่วยลดปัญหาโรคอ้วนได้

วันนี้เราจึงมีโยคะบางท่าที่สามารถช่วยคลี่คลายปัญหาโรคอ้วนได้มาฝากกัน โดยขอเริ่มต้นจากท่าโยคะสุนัขยืดลง (Downward Dog) ด้วยการเริมจากการที่เราหายใจเข้าพร้อมกับคุกเข่าลงให้อยู่ในระดับเดียวกับสะโพก ขณะที่ระดับของมือนั้นให้มันอยู่หน้าไหล่นิดหน่อย ส่วนนิ้วมื้อก็ให้ขนานไปกับลำตัว หลังจากนั้นเราก็ทำการหายใจเข้าหายใจออกพร้อมกับยกเข่าขึ้นจากพื้น รวมไปถึงยกก้นของเราให้สูงขึ้นตามไปด้วย ก่อนที่เราจะวางส้นเท้าลงบนพื้นแล้วจึงค่อยๆ เหยียดเข่าให้ตรง ซึ่งจะรู้สึกได้อย่างชัดเจนเลยว่าตึงตรงน่องมากขึ้น และให้ทำท่านี้ค้างเอาไว้สัก 1-3 นาที โดยท่านี้นั้นมันจะช่วยให้เกิดความสงบขึ้นภายในจิตใจของเรา รวมทั้งยังเป็นการช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง, โรคหอบหืด แถมยังช่วยลดอาการตึงเครียด เช่นเดียวกับลดอาการปวดน่อง, ปวดหลัง และปวดต้นขาได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

ส่วนอีกท่าหนึ่งที่นำมาฝากกันในวันนี้ก็เป็นท่าทรงตัวขาเดียว (Dancer Pose หรือ Natarajasana) ด้วยการเริ่มจากให้เรายืนตรงแล้วค่อยๆ ยกขาซ้ายขึ้นพร้อมกับพับขาไปทางด้านหลัง ขณะที่มือซ้ายให้จับไปที่ข้อเท้าซ้ายพร้อมทั้งเหยียดแขนขวาไปข้างหน้า หลังจากนั้นเราจึงค่อยหายใจเข้าออกพร้อมยกขาให้สูงขึ้นเท่าที่จะสูงได้พร้อมทั้งให้แขนตึง แล้วจึงโน้มตัวไปทางด้านหน้าเล็กน้อย ก่อนที่จะฝึกการทรงตัวด้วยการยืนบนขาเพียงข้างเดียว โดยให้ทำท่านี้ค้างเอาไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนที่จะค่อยๆ ผ่อนคลายท่าลงแล้วสลับมาทำข้างขวาแทน

ไขความลับหญิงกับชายทำไมอายุยาวไม่เท่ากัน

เชื่อเหลือเกินว่าคงมีหลายต่อหลายท่านในที่นี้ที่มีเครื่องหมายคำถามขึ้นในใจว่าเหตุใดทำไมหญิงกับชายจึงมีอายุยืนยาวไม่เท่ากัน ส่วนใหญ่แล้วกลับกลายเป็นฝ่ายหญิงเสียมากกว่าที่มีอายุยืนกว่าฝ่ายชาย โดยเราสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนจากสมาชิกในครอบครัวที่มักจะเหลือคุณแม่อยู่ค้ำฟ้า แต่ว่าคุณพ่อกับลาลับโลกนี้ไปก่อนแล้ว ดังนั้นวันนี้เราจึงจะมาไขความลับกันว่าเหตุใดหญิงถึงมีอายุยืนยาวกว่าชาย

สำหรับเหตุผลง่ายๆ ที่ผู้ชายไม่รู้ไปดูกันที่ข้อแรกเลยดีกว่า โดยผู้หญิงนั้นมีความแข็งแกร่งตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา ทำให้ผู้หญิงจึงมีพัฒนาการที่เร็วเกินกว่าฝ่ายชาย รวมทั้งยังมีอาการติดเชื่อระหว่างอยู่ในท้องน้อยกว่าผู้ชาย รวมไปถึงทารกเพศชายมีโอกาสเสียชีวิตสูงกว่าเพศหญิงจากการคลอดก่อนกำหนด ซึ่งอาจจะพัฒนาไปจนมีความผิดปกติทางสมอง เช่นเดียวกับปอดที่ไม่มีพัฒนาการ

อัตราการเต้นของหัวใจก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัย โดยผู้หญิงจะหัวใจเต้นช้ากว่า และเรามักจะเห็นฝ่ายชายตายด้วยโรคหัวใจตั้งแต่ช่วงอายุระหว่าง 30-40 ปี ขณะที่ผู้หญิงมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจน้อยกว่าถึง 10 เท่าเลยทีเดียว ขณะเดียวกันนั้นความบ้าบิ่นของฝ่ายชายก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ต้องเสียชีวิตก่อนฝ่ายหญิงไม่ว่าจะเป็นเรื่องทะเลาะวิวาทหรือใจร้อนจนมีปัญหากันถึงขั้นเอาเป็นเอาตาย ส่วนฝ่ายหญิงนั้นไม่ค่อยจะไปมีเรื่องกับใครเท่าไหร่นักและก็ไม่หนักหนาสาหัสเท่ากับฝ่ายชาย

แน่นอนว่ามนุษย์เรานั้นเป็นสัตว์สังคมจึงจำเป็นต้องมีการคบค้าสมาคมเพื่อนฝูง และออกไปสังสรรค์กันบ้างตามโอกาส และฝ่ายหญิงเองก็มีสังคมที่ไม่โลดโผนเหมือนฝ่ายชาย ซึ่งส่วนใหญ่ก็เน้นหนักไปทางด้านท่องราตรีหรือดื่มแอลกอฮอลล์ อย่างไรก็ดีมีผลการศึกษาว่าชายใดที่แต่งงานไปแล้วจะมีอายุยืนยาวกว่าชายโสด ส่วนอีกหนึ่งข้อสงสัยที่ทำไมผู้หญิงจึงมีอายุยืนยาวกว่าผู้ชายนั่นก็คือการที่ผู้หญิงมักจะดูแลเอาใจใส่ในสุขภาพของตัวเองอยู่สม่ำเสมอทั้งการตรวจสุขภาพและการตรวจหาโรคร้ายต่างๆ ซึ่งผิดกับฝ่ายชายอย่างสิ้นเชิงที่ไม่ค่อยให้ความสำคัญในเรื่องนี้สักเท่าไหร่เลย

ไม่ว่าวัยใดก็ควรใส่ใจออกกำลังกาย

นอกจากการออกกำลังกายจะเป็นการช่วยให้เรามีสุขภาพที่แข็งแรงแล้วนั้น การออกกำลังกายยังช่วยให้เราห่างไกลจากโรคร้ายต่างๆ ได้ไม่น้อยเลยทีเดียว และการออกกำลังกายก็สามารถที่จะทำได้ในทุกเพศทุกวัย โดยขอเพียงแค่เราเลือกการออกกำลังกายให้เหมาะสมตามช่วงวัยของเราเท่านั้นเอง

ประเดิมกันที่เด็กน้อยที่ยังมีอายุไม่ถึง 10 ปีกันก่อนเลยดีกว่า ซึ่งเด็กในวัยนี้มักยังคงซุกซนอยู่ตามช่วงอายุของเขา เราจึงควรเน้นการออกกำลังกายที่สร้างความสนุกสนานให้กับพวกเขาจะดีกว่า ไม่ว่าจะเป็นการฝึกการทำงานของสายตา, มือ และเท้าด้วยการออกกำลังกายเบาๆ ที่ไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์ต่างๆ มากมายอาทิเช่นการบริหารประกอบดนตรี, การวิ่ง, การเล่นเกมส์, การว่ายน้ำ และการปืนป่าย

ส่วนเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 11-17 ปีจะเป็นวัยที่เริ่มมีความแคล่วคล่องว่องไว้ ดังนั้นการออกกำลังกายของพวกเขาจึงควรเน้นไปที่การเล่นกีฬาเพื่อให้มีน้ำใจนักกีฬารู้แพ้รู้ชนะและให้อภัย โดยอาจจะเลือกชนิดกีฬาต่างๆ ที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทุกส่วนของพวกเขาอย่างยิมนาสติก, แบดมินตัน, ว่ายน้ำ, ฟุตบอล

เมื่อก้าวเข้าสู่วัยระหว่าง 18-30 ปีนั้นมันจัดได้ว่าเป็นช่วงที่สมรรถภาพทางร่างกายพร้อมให้ออกกำลังกายมากที่สุดเลยทีเดียว เนื่องจากทั้งกล้ามเนื้อและกระดูกถูกพัฒนาอย่างเต็มที่ให้มีความแข็งแรงและอดทน ทำให้สามารถที่จะเลือกเล่นกีฬาได้หลากหลายชนิดตามใจชอบอาทิเช่นฟุตบอล, บาสเกตบอล, วอลเลย์บอล และเทนนิส

ส่วนผู้ที่เข้าสู่วัยกลางคนนั้นการออกกำลังกายก็เพียงเพื่อเป็นการช่วยลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ รวมทั้งช่วยผ่อนคลายความเครียดจากการทำงานหรือสภาพจิตใจที่ไม่สงบ โดยการออกกำลังกายของคนในวัยนี้นั้นมันอาจจะเน้นไปที่กิจกรรมที่มีการเคลื่อนตัวช้าๆ แต่ให้ความเพลิดเพลินเจริญใจไม่ว่าจะเป็นการขี่จักรยาน, การเต้นแอโรบิก และการวิ่งเหยาะๆ ซึ่งจะช่วยให้ท่านลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคต่างๆ ทั้งเบาหวาน, ความดัน และหัวใจ

แต่ถ้าเป็นวัยผู้สูงอายุการออกกำลังกายย่อมแตกต่างออกไปจากหนุ่มสาวอย่างแน่นอน เนื่องจากผู้ที่เข้าสู่วัยนี้ไม่เหมาะที่จะออกกำลังกายจากการใช้กระดูกและกล้ามเนื้ออย่างหนัก แต่ควรเน้นไปที่การฟื้นฟูสภาพร่างกายและเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ รวมไปถึงเป็นการช่วยให้จิตใจแจ่มใสและหลับได้ง่ายขึ้นนั่นเอง โดยการออกกำลังกายที่เหมาะกับคนวันนี้ก็คงมีการรำมวยจีน, การเดิน, การวิ่งเหยาะๆ

วิธีบอกลาสิวหัวดำที่ปลายจมูกอย่างได้ผล

ปัญหาสิวคือ ปัญหาโลกแตกที่สาวๆ ท่านไหนก็คงไม่อยากจะเผชิญ เมื่อใดก็ตามที่มันเห่อขึ้นมาบนผิวหน้า หรือแม้จะมาปรากฏร่างให้เห็นเพียงแค่จุดเล็กๆ นิดเดียว ก็ยังกลายเป็นเรื่องใหญ่โตจนต้องดั้นด้นออกตามหาครีมกำจัดสิวหรือบางคนมีทุนหน่อยก็เดินเข้าสถานเสริมความงามเพื่อเอามันออกแบบสบายใจ สิวที่เกิดขึ้นบนผิวหน้าของเรามีหลากหลายประเภท ตั้งแต่สิวหนองหรือสิวอักเสบ ที่ยังดีหน่อยว่าสามารถรักษาให้หายโดยไม่ทำร้ายผิวหากรักษาอย่างถูกวิธี ส่วนสิวอีกประเภทหนึ่งคือเหล่าสิวอุดตันที่มักจะสร้างความรำคาญมากกว่าจะเจ็บปวด สิวอุดตันที่เกิดขึ้นมีตั้งแต่สิวหัวขาวที่อาจจะมองไม่ชัดเจนหากไม่ได้สังเกต

ซึ่งปัญหาใหญ่จึงมาตกอยู่ที่เจ้า “สิวหัวดำ” ที่ทั้งสร้างความน่ารำคาญและยังสร้างความน่าอับอายให้สาวๆ รู้สึกไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง เนื่องจากหัวสิวที่เกิดขึ้นจะเป็นจุดดำๆ พบได้ทั่วไปตามจมูกและบริเวณที่มีรูขุมขนมาก หากเกิดขึ้นแล้วกำจัดได้ยาก และต้องคอยกำจัดออกอยู่บ่อยๆ กลายเป็นปัญหาที่ไม่รู้จักจบสิ้น แต่สาวๆ ก็อย่าเพิ่งยอมแพ้หรือคิดว่าหมดหนทางดูแลผิวหน้ากันแล้วนะคะ เพราะเรายังมีคำแนะนำดีๆ ที่จะช่วยแก้ปัญหาสิวหัวดำให้ถูกกำจัดออกไปแบบสิ้นซาก ผิวหน้าที่เรียบเนียนจะได้กลับมาสวยใสดังเดิมอีกครั้งได้ค่ะ

ทำความรู้จักกับ “สิวหัวดำ” กันก่อน
ก่อนอื่นเราลองมาต้นกำเนิดของเจ้าสิวตัวร้ายชนิดนี้กันก่อนเพื่อจะได้หาทางออกกำจัดมันได้ตรงจุดมากที่สุด โดยสิวชนิดนี้จัดอยู่ในสิวเสี้ยนชนิดหนึ่ง สามารถเห็นได้ชัดเจนและเกิดขึ้นบริเวณรูขุมขน พบได้มากสุดตรงจมูก แก้มคางและส่วนหลังบ้าง สิวหัวดำจะมาจากการเกิดของขนที่กระจุกตัวกันอยู่ภายในรูขุมขนเดียว เมื่อลองเอาแว่นขยายส่องดูจะพบว่ามันถูกอัดแน่นกันอยู่ภายในกลายเป็นหัวดำๆ ขึ้นมา เมื่อปล่อยทิ้งเอาไว้นอกจากจะทำให้ผิวหน้าเต็มไปด้วยจุดด่างดำไม่เรียบเนียนแล้ว ยังส่งผลให้รูขุมขนกว้างขึ้น ทำให้การแต่งหน้าไม่สวยอย่างที่สาวๆ หลายคนต้องการอีกด้วยค่ะ

การรักษาและกำจัดสิวหัวดำ
ขั้นตอนในการกำจัดสิวหัวดำ สาวๆ ต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่าสิวชนิดนี้รักษาให้หายขาดได้ยากมาก ดังนั้นการดูแลตัวเองคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดป้องกันไม่ให้มันกลับมาเป็นอีกหรือมีปริมาณน้อยลงจากเดิม โดยการดูแลรักษาผิวหน้าให้ห่างไกลจากสิวหัวดำ สาวๆ สามารถทำได้ตามแนวทางดังต่อไปนี้ค่ะ

1.หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสใบหน้า
เนื่องจากมือของเราล้วนเต็มไปด้วยเชื้อโรคและฝุ่นละอองในปริมาณมากที่มองไม่เห็น เมื่อนำไปสัมผัสผิวหน้าบ่อยๆ ก็จะส่งผลให้สิ่งสกปรกเหล่านั้นถูกติดไปกับใบหน้าและอัดเข้าไปในรูขุมขนเป็นเหตุให้เกิดการอุดตันและกลายเป็นสิวหัวดำตามมาพร้อมกับขนจนาดเล็กที่เรียงตัวแน่นอยู่ภายใน

2.ดื่มน้ำให้มากขึ้น
การดื่มน้ำเปล่าทุกๆ วันให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย จะช่วยเสริมสุขภาพให้ผิวมีความชุ่มชื้น เปล่งปลั่งและดูมีน้ำมีนวล ผิวหน้าที่แห้งแตกง่ายจะกลับมากระชับและอ่อนเยาว์ ที่สำคัญน้ำยังช่วยลดปริมาณสิวอุดตันได้อย่างน่าอัศจรรย์ สาวๆ ที่มีปัญหาสิวเสี้ยนเกิดขึ้นบ่อยๆ ต้องลองหันมาดื่มน้ำให้มากขึ้น แล้วจะพบว่าปัญหาเหล่านี้ทิ้งช่วงหายไปนานขึ้นและเกิดในปริมาณน้อยลงอีกด้วย

3.ใช้แผ่นลอกสิวเสี้ยน
ทางออกที่แม้จะไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด แต่จะช่วยกำจัดสิวหัวดำอันน่ารำคาญได้ภายในระยะเวลาสั้นๆ แต่สาวๆ ก็อย่าลืมว่าการใช้แผ่นลอกสิวเสี้ยนจะสามารถกำจัดได้เฉพาะหัวสิวที่ผุดเลยขึ้นมาจากผิวจมูกได้เท่านั้น ส่วนที่ซ่อนตัวเป็นจุดด่างดำอยู่ภายในจะยังไม่ถูกกำจัดออก การใช้แผ่นลอกจึงต้องทำอาทิตย์ละ 2-3 ครั้งหรือเมื่อรู้สึกว่ามันเพิ่มปริมาณมากขึ้นจนทนไม่ไหว ข้อเสียของแผ่นลอกสิวเสี้ยนคือมันอาจจะทำให้รูขุมขนกว้างได้ง่าย และในครั้งต่อๆ ไปยังทำให้ปริสิวหัวดำเพิ่มมากขึ้นได้อีกด้วยค่ะ

4.ใช้เบกกิ้งโซดาขัดผิว
เบกกิ้งโซดาสารสารพัดประโยชน์ ที่สามารถช่วยกำจัดสิวเสี้ยนบริเวณจมูกให้หายไปได้ โดยเริ่มจากการนำเอาผงเบกกิ้งโซดาผสมน้ำผึ้งและมะนาวเล็กน้อยให้เป็นครีมเหนียวข้น จากนั้นนำมาขัดให้ทั่วบริเวณจมูก พยายามขัดให้เบามือมากที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้ผิวถูกทำลายจนบางมาเกินไป จากนั้นทิ้งเอาไว้ประมาณ 5 นาทีจึงล้างออกทำความสะอาด ผิวจมูกจะรู้สึกเรียบเนียนขึ้น แต่ไม่ควรทำบ่อยครั้งและทิ้งระยะห่างเพียงสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งเท่านั้น เพื่อให้ผิวได้รับการฟื้นตัวและซ่อมแซมตัวเองให้ดีก่อนนั่นเอง

นอกจากนี้ สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือเรื่องอาหาร การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นผักและผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินและเกลือแร่ จะช่วยบำรุงผิวหน้าจากภายใน ช่วยสร้างสมดุลให้ร่างกาย เป็นอีกทางช่วยเสริมเกราะป้องกันการเกิดสิวร่วมกับการออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอและทำจิตใจให้แจ่มใสอยู่เสมอ ใบหน้าที่สวยใสของสาวๆ ก็จะคงอยู่ได้แบบถาวร ห่างไกลจากสิวร้ายจนแทบลืมไปได้เลยล่ะคะ

6 สูตรเด็ดเพื่อความงามจากมันฝรั่งที่หลายคนยังไม่รู้

เมื่อพูดถึงมันฝรั่ง ส่วนมากก็จะต้องนึกถึงเมนูอาหารในสไตล์ตะวันตก แต่ใครจะไปนึกว่ามันยังมีคุณประโยชน์มากกว่าการนำเอามาปรุงเป็นอาหาร เพราะมันฝรั่งยังมีคุณสมบัติที่ช่วยในการบำรุงผิวพรรณและช่วยบำรุงผมให้มีสุขภาพดี ถือว่าเป็นอีกหนึ่งพืชผักสวนครัวที่หาได้ง่าย มีราคาถูก ดังนั้น หากใครกำลังมีปัญหาผิวพรรณและเส้นผมอยู่ละก็ ลองมาดูสูตรเด็ดจากมันฝรั่งต่อไปนี้ที่จะช่วยบำรุงผิวทั่วเรือนร่างให้มีสุขภาพดีได้อย่างน่าอัศจรรย์กันเลยค่ะ

1.มันฝรั่งกับการแก้ปัญหาสิว
ปัญหาสิวตัวร้ายที่มักจะสร้างร่องรยเป็นหลักฐานการก่อกำเนิดของมันทิ้งเอาไว้ให้สาวๆ ได้ดูต่างหน้าอยู่บ่อยครั้ง จนกลายเป็นริ้วรอยอันไม่พึงประสงค์ที่อยากจะกำจัดมันให้สิ้นซาก ทางเลือกการนำเอามันฝรั่งมาใช้กำจัดรอยสิว สามารถทำได้อย่างง่ายๆ โดยเริ่มต้นจากนำมันฝรั่งไปต้มจนนิ่ม แล้วนำมาบด ปล่อยให้มันฝรั่งเย็นลงเหลือแค่อุณหภูมิแบบอุ่นๆ จากนั้นนำมาพอบริเวณที่เป็นรอยสิว จะช่วยให้รอยสิวดูจางลงมากขึ้น และยิ่งช่วยกระชับผิวหน้าให้ดูอ่อนเยาว์อีกด้วย

2.มันฝรั่งกับการช่วยลดรอยคล้ำใต้ดวงตา
แก้ปัญหารอบคล้ำใต้ดวงตาสำหรับสาวๆ ที่ชอบนอนดึกเป็นกิจวัตร เพียงแค่นำมันฝรั่งที่ได้มาสกัดส่วนน้ำมันออกมา จากนั้นใช้สำลีชุบน้ำมันฝรั่งพอกลงไปบริเวณรอยคล้ำรอบดวงตา ทิ้งเอาไว้ประมาณ 30 นาที จึงล้างทำความสะอาดผิวหน้าอีกครั้ง น้ำมันฝรั่งจะเข้าไปกระตุ้นให้เซลล์ผิวเก่าถูกกำจัดและช่วยเพิ่มปริมาณเซลล์ผิวใหม่ให้สร้างขึ้นอย่างรวดเร็ว รอยคล้ำจะค่อยๆ จางลงและหายไปในที่สุดหากใช้เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ

3.มันฝรั่งกับการแก้ปัญหาผมหงอก
มาถึงขึ้นตอนการดูแลเส้นผมกันบ้างค่ะ โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาผมหงอกในวัยผู้สูงอายุ ในฝรั่งจะช่วยทำให้เส้นผมกลับมาดกดำและเงางามมากขึ้น เพียงแค่นำเอาเปลือกมันฝรั่งที่ปลอกทิ้งแล้วมาต้มจากนั้นให้คั้นเอาแต่ส่วนน้ำที่ต้มแล้วมาหมักผมหลังการสระ ทิ้งเอาไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วล้างออก สังเกตได้ว่าเมื่อใช้ประจำอย่างต่อเนื่อง เส้นผมสีขาวจะค่อยๆ เข้มขึ้น แถมยังช่วยลดผมหงอกให้น้อยลง ถือว่าเป็นการชะลอความแก่ชราให้มาเยือนได้ช้าลงนั่นเอง

4.มันฝรั่งกับการช่วยปรับสภาพสีผิวใต้วงแขน
คงจะดีไม่น้อยหากผิวใต้วงแขนของสาวๆ ขาวใสและเรียบเนียน ทำให้การสวมใส่เสื้อผ้าสร้างคามมั่นใจที่จะอวดผิวได้อย่างเต็มที่ หากใครมีปัญหาผิวใต้วงแขนคล้ำจนไม่กล้าใส่เสื้อผ้าเปิดไหล่ ลองใช้น้ำมันฝรั่งผสมน้ำมะนาวและน้ำผึ้ง นำส่วนผสมที่ได้ทาลงไปบริเวณใต้วงแขนทั้งสองข้าง ทิ้งเอาไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง ไม่นานผิวที่ดูคล้ำจะค่อยๆ ขาวขึ้นจนทำให้ความมั่นใจของสาวๆ กลับมาอีกครั้ง

5.มันฝรั่งกับการบำรุงผมเสียให้กลับมามีสุขภาพดี
สาวๆ คนไหนมีปัญหาเส้นผมชี้ฟูไม่เป็นทรง หรือมีเส้นผมลีบแบนและแตกปลายจากการทำเคมีและผ่านความร้อนมาบ่อยครั้ง ลองนำเอาส่วนผสมระหว่างน้ำมันจากมันฝรั่งกับว่านหางจระเข้ผสมเข้าด้วยกัน จากนั้นนำส่วนผสมที่ได้มาหมกลงบนเส้นผมตั้งแต่โคนจรดปลาย ทิ้งเอาไว้ประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง จากนั้นให้ล้างทำความสะอาดเส้นผมตามปกติ เมื่อใช้เป็นประจำ จะสังเกตได้ว่าเส้นผมที่เคยไร้น้ำหนักจะดูสปริงตัว เงางามและพลิ้วไหวอย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น

6.มันฝรั่งกับการชะลอวัย
ปัญหาริ้วรอยคือตัวบ่งบอกอายุได้เป็นอย่างดี ยิ่งใครที่มีใบหน้าแก่ก่อนวัยอันควรยิ่งกลายเป็นการสร้างความไม่มั่นใจให้การแต่งกายหรือแม้การเผชิญหน้ากับผู้คนก็ยังกลายมาเป็นปัญหาได้ ดังนั้นลองนำเอาน้ำมันมันฝรั่งผสมโยเกิร์ตจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน นำมาพอกให้ทั่วใบหน้าทิ้งเอาไว้ 5-10 นาที หรือในระหว่างนั้นหากใครมีริ้วรอยบนผิวหน้าอย่างชัดเจน ลองใช้มือนวดส่วนผิวนั้นๆ ขึ้นไปเหมือนการยกกระชับผิวด้วย จะช่วยกระตุ้นให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้ดี และสารอาหารจากส่วนผสมพอกหน้าจะซึมซับเข้าสู่ผิวหนัง ทำให้ริ้วรอยที่ลึกดูตึ้นขึ้นเมื่อใช้เป็นประจำ

สุดยอดของพืชจากธรรมชาติที่หลายคนมองข้าม เพียงเท่านี้ การดูแลผิวและเส้นผมก็สามารถทำได้โดยไม่จำเป็นต้องพึงครีมบำรุงราคาแพงอีกต่อไป ให้สาวๆ ได้มีผิวสวยทรงเสน่ห์พร้อมเส้นผมที่ดูมีสุขภาพดีและช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับความสวยความงามได้อย่างเป็นที่น่าพึงพอใจสำหรับสาวๆ

ส่วนใครที่ดูแลผิวอย่างดีอยู่แล้ว อย่าลืมที่จะคอยระมัดระวังความเสี่ยงอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด ความร้อน สิ่งสกปรกไปจนถึงการเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม ที่จะเป็นตัวการทำร้ายผิวให้แย่ลง เมื่อปกป้องผิวอย่างเต็มที่ ความสวยก็จะอยู่คู่กับสาวๆ ไปอีกนานแสนนานอย่างที่ทุกคนต้องการได้อย่างแน่นอนค่ะ

ปัญหาสุขภาพผิว สำหรับสาวผิวแพ้ง่ายที่ไม่ควรมองข้าม

ปัญหาที่เกิดขึ้นกับสภาพผิวของสาวๆ ไม่ว่าจะเป็นสิว จุดด่างดำ ผดผื่นหรือแม้กระทั่งริ้วรอยเหี่ยวย่น ก็ล้วนสร้างความลำบากใจและลดทอนความมั่นใจในตัวเองให้น้อยลงไปได้ และดูเหมือนว่าปัญหาเหล่านี้ดูน่าวิตกมากพอแล้ว แต่สำหรับสาวผิวแพ้ง่าย พวกเธอยิ่งต้องเผชิญปัญหาสภาพผิวที่ย่ำแย่กว่าผู้หญิงทั่วไปอีกหลายเท่า โดยเฉพาะอาการระคายเคืองเมื่อสัมผัสกับสิ่งแปลกปลอมทำให้ผิวเกิดการอักเสบ จนกลายเป็นอาการน่ารำคาญที่สร้างผลกระทบต่อชีวิตประจำวันได้ง่ายมากขึ้นตามมาด้วย

ผู้หญิงที่ไม่ทราบว่าตัวเองมีปัญหาผิวแพ้ง่ายมาก่อน อาจจะเกิดความเสี่ยงที่จะสัมผัสกับสารเคมีหรือตัวกระตุ้นโดยไม่ทันระวังตัว ดังนั้น ต้องหันมาลองสังเกตตัวเองก่อนว่ามีอาการผิดปกติใดบ้างที่พอจะบอกได้ว่าสาวๆ กำลังเผชิญปัญหาผิวอันบอบบางอยู่ นอกจากนี้ หากสาวๆ เป็นคนที่มีผิวแพ้ง่ายเป็นทุนเดิมก็มักจะต้องดูแลผิวเป็นพิเศษโดยเฉพาะในช่วงออกแดดหรือต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่ไม่พึงประสงค์

ปัญหาสิวตัวการร้ายที่เกิดขึ้นได้บ่อยๆ
สิวคือหนึ่งในตัวปัญหาสำคัญที่มักจะสร้างความรำคาญให้กับสาวๆ ที่มีผิวแพ้ง่าย ใครที่ต้องเผชิญกับสภาพผิวเช่นนี้จะทำให้เกิดปัญหาสิวได้อย่างมากมาย โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องแต่งหน้าบ่อย ทำให้เกิดรูขุมขนอุดตันและลุกลามกลายเป็นสิวอักเสบตามมา ดังนั้น สาวๆ จะต้องหันมาดูแลตัวเองให้มากขึ้น พยายามหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดสิว ยิ่งบริเวณผิวหน้าที่มีจำนวนรูขุมขนมาก เสี่ยงที่สิวจะผุดขึ้นมาทำลายความไม่มั่นใจเอาได้

ต้องคอยดูแลผิวจากแสงแดดให้มากขึ้น
แสงแดดคือตัวการทำลายเซลล์ผิวที่ควรหลีกเลี่ยงเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นรังสียูวีและความร้อน หากปล่อยให้ผิวเปลือยๆ ต้องเผชิญกับแสงแดดเป็นเวลานานโดยไม่ผ่านการปกป้องจากครีมกันแดด เชื่อว่าสาวๆ จะต้องพบกับปัญหาผิวที่จะตามมาได้อย่างรวดเร็ว การบำรุงผิวสำหรับคนผิวแพ้ง่ายยังต้องใช้ครีมกันแดดที่มีส่วนปกป้องอย่างเต็มประสิทธิภาพ และต้องหมั่นทาครีมกันแดดในระหว่างวันอยู่บ่อยครั้ง รวมไปถึงปกป้องเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าด้วยเสื้อผ้าที่จะเป็นกำแพงลดความรุนแรงของแสงแดดให้เบาบางลงไปด้วย

ใส่ใจกับการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงผิว
ทางที่ดีสาวๆ ที่มีปัญหาผิวแพ้ง่าย ควรหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางหรือครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของสารเคมีให้ได้มากที่สุด เน้นการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารธรรมชาติเป็นหลัก แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าสารธรรมชาติจะไม่ทำให้เกิดอาการแพ้ แต่มันมีโอกาสน้อยกว่า จากนั้นควรสังเกตสภาพผิวของตัวเองว่าใช้ผลิตภัณฑ์แบบไหนแล้วเกิดอาการผิดปกติก็ควรหลีกเลี่ยงส่วนประกอบต่างๆ ที่มีในผลิตภัณฑ์อื่นๆ ด้วย โดยเฉพาะสารเคมีจากน้ำหอม สารสกัดจากกรดผลไม้ แอลกอฮอล์และเครื่องสำอางที่ไม่มีคุณภาพ เหล่านี้เป็นสิ่งที่หากไม่จำเป็นก็แทบจะไม่ควรหยิบยกขึ้นมาใช้

เน้นการใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย
เรียบง่ายในที่นี้หมายถึงให้สาวๆ หันมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความอ่อนโยน หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าหนาๆ พยายามอยู่ให้ห่างจากเครื่องสำอางทั้งหลายให้ได้มากที่สุด พยายามปล่อยให้ผิวเปลือยเปล่าอยู่กับความเป็นธรรมชาติ หากต้องการโลชั่นบำรุงผิวอาจจะใช้เป็นออยล์จากธรรมชาติ สครับผิวด้วยมะขามเปียกหรือพอกผิวด้วยขมิ้นชัน เหล่านี้จะดีกว่าการใช้สารเคมีที่เราไม่รู้จักว่ามีส่วนผสมใดอันตรายต่อผิวอันบอบบางบ้าง เพราะหากเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสมขึ้นมา จากที่ผิวจะสวยใสอาจกลายเป็นปัญหาสิวเห่อรุนแรงขึ้นมาได้

ผิวของสาวๆ ที่แพ้ง่ายอาจจะดูเป็นเรื่องยากและน่าเบื่อในการดูแล แต่ทว่าหากสาวๆ รู้จักเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความเหมาะสม ลดการใช้สารเคมีให้ได้น้อยที่สุดก็จะทำให้ที่บอบบางอยู่นั้นไม่เกิดปัญหาขึ้นมาได้บ่อยๆ ทั้งนี้การปล่อยปละละเลยผิวให้ต้องเผชิญกับแสงแดด หรือสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม รวมไปถึงกรเลือกกินอาหารที่ไม่มีประโยชน์ ก็สามารถเป็นตัวกระตุ้นให้ผิวที่แพ้ง่ายอยู่แล้วอ่อนแอลงมากขึ้นได้อีก

โดยสรุปอย่างง่ายๆ หากใครที่กำลังเจอปัญหาผิวแพ้ง่าย ไม่ว่าจะเลือกใช้อะไรมาทาผิวก็ต้องรู้สึกไม่สบายตัว เป็นสิวเห่อหรือเกิดผื่นแดงขึ้นมาแบบนี้ ก็ต้องปล่อยให้ผิวอยู่กับธรรมชาติ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ และหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม

ศาสตร์แห่งธรรมชาติบำบัด กำจัดสิวแผ่นหลังให้หายเกลี้ยง

เมื่อพูดถึงสิว สาวๆ ส่วนมากจะต้องรู้สึกหวาดกลัวและเกลียดเจ้าสิวตัวร้ายเหล่านี้กันอย่างแน่นอน โดยเฉพาะกรณีที่มันปรากฏให้เห็นอยู่บนผิวหน้าหรือในส่วนของผิวหนังที่เห็นได้ชัด ส่งผลให้สาวๆ ต้องสูญเสียความมั่นใจ ซึ่งนอกจากการเกิดสิวขึ้นบริเวณใบหน้า ซึ่งสามารถพบได้บ่อยที่สุดบริเวณหนึ่ง ยังมีสิวที่มชอบเกิดขึ้นบริเวณแผ่นหลัง อันเป็นตัวการปัญหาทำให้สาวๆ ไม่สามารถอวดโชว์ผิวขาวใสของตัวเองได้อย่างที่ต้องการ จนไม่กล้าเผยผิวอันเนียนเรียบของแผ่นหลังอย่างที่เคยได้อีกครั้ง กลายเป็นความน่าหงุดหงิดใจ แม้จะพยายามหาวิธีรักษามามากมายแต่ก็ไม่สามารถกำจัดออกไปได้แบบถาวร บางคนต้องเสียเงินทองไปกับการรักษาราคาแพงก็แทบจะให้ผลลัพธ์ที่ไม่เป็นไปตามคาดหวัง

แต่ก่อนที่หนทางจะตันสาวๆ อาจกำลังมองข้ามอีกหนึ่งทางเลือกของการรักษาสิวด้วยตนเองอย่างง่ายๆ ตามหลัก “ธรรมชาติบำบัด” ที่จะช่วยแก้ไขปัญหาสิวกันแบบตรงจุด แล้วแผ่นหลังที่เคยเรียบเนียนกระจ่างใสจะกลับมาเป็นของสาวๆ ทุกท่านได้อีกครั้งค่ะ

สิวที่แผ่นหลังเกิดขึ้นได้อย่างไร?
แม้ว่าสิวที่เกิดขึ้นบนแผ่นหลังจะไม่ได้สร้างความรำคาญโดยตรงให้กับสาวๆ เท่าใดนัก หรือบางคนที่ไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้าแบบโชว์เรือนร่าง ผิวหนังส่วนนี้จึงถูกซ่อนเร้นอยู่ภายในร่มผ้าโดยไม่ทำลายความมั่นใจแต่อย่างใด ถึงกระนั้นหากสิวบนแผ่นหลังไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่จุดเล็กๆ จุดเดียว แต่มันลุกลามเพิ่มจำนวนขึ้นก็อาจจะกลายเป็นอุปสรรคให้รู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาเมื่อถูกสัมผัสหรือเผลอเอามือไปเกาโดยไม่ทันระวัง หรือแม้กระทั่งการเสียดสีของเนื้อผ้ากับผิวหนังก็อาจจะสร้างความทรมานอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย

การเกิดขึ้นของสิวบนแผ่นหลัง ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดเช่นเดียวกับสิวประเภทอื่นๆ แต่เชื่อว่ามีปัจจัยกระตุ้น อย่างการอาบน้ำทำความสะอาดไม่เพียงพอ เนื่องจากด้านหลังเป็นส่วนที่เข้าถึงได้ยาก อาจจะทำให้บางส่วนไม่ถูกทำความสะอาดที่ดีพอ อีกทั้งการอาบน้ำอุ่นยังไปกระตุ้นให้การเกิดสิวเป็นได้มากกว่าน้ำเย็น

ส่วนกรณีอื่นๆ ก็สามารถเกิดขึ้นได้จากการสวมใส่เสื้อที่ไม่สะอาด ทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นเกิดอาการระคายเคือง เนื้อผ้าไม่ระบาย มีความอับชื้น ส่งผลให้คราบเหงื่อไคลเกิดการสะสมเป็นที่มาของการอุดตันของรูขุมขนจนกลายเป็นสิวอักเสบในที่สุดนั่นเองค่ะ

นอกจากนี้ ยังมีตัวกระตุ้นจากการรับประทานอาหาร ทั้งอาหารที่อุดมไปด้วยไขมันจำพวกอาหารผัด ทอด เบเกอรี่ อาหารที่มีน้ำตาลในปริมาณมากเป็นส่วนประกอบ การใช้สบู่หรือผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ไม่เหมาะสมกับสภาพผิวของตนเองก็เป็นที่มาทำให้ผิวหนังระคายเคืองและกลายเป็นสิวขึ้นมาได้เช่นกัน

การรักษาสิวตามหลักธรรมชาติบำบัด
สาวๆ ส่วนมากคงรู้จักการรักษาสิวแบบทั่วไปที่ได้รับความนิยมกันดีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการใช้ผลิตภัณฑ์กำจัดสิวไปจนถึงการเข้ารักษากับคลีนิคความงาม แต่ในที่นี้เราจะขอพูดถึงการรักษาสิวตามตำหรับธรรมชาติ เน้นการพึ่งพาตนเองโดยใช้สมุนไพรที่หาได้ทั่วไป มีราคาถูกและสามารถกำจัดสิวได้ไม่แพ้ครีมราคาแพงๆ ดังนั้นเราลองมาดูกันดีกว่าค่ะว่า สูตรเด็ดจากธรรมชาติที่ว่านั้นมีอะไรกันบ้าง

การสครับหลังด้วยรำข้าว
รำข้าวอุดมไปด้วยสารที่มีประโยชน์ ทั้งวิตามินอีที่ช่วยบำรุงผิวให้มีความยืดหยุ่น มีโคเอนไซม์ช่วยลดเลือนจุดด่างดำและต่อต้านการเกิดสารอนุมูลอิสระและเซราไมด์มีหน้าที่ช่วยปรับสมดุลผิวให้มีสุขภาพดีมากขึ้น การใช้งานสครับเริ่มจากนำรำข้าวประมาณ 1 ถ้วยเทใส่อ่างขนาดเล็ก เติมนมเปรี้ยวลงไปพอให้กลายเป็นเนื้อครีมเหนียวๆ จับตัวกันอยู่ จากนั้นให้นำเอาส่วนผสมที่ได้มาพอกลงไปบนแผ่นหลัง นวดอย่างเบามือประมาณ 1 นาที แล้วทิ้งเอาไว้อีก 10 นาที แล้วล้างออก ตามด้วยการบำรุงผิวตามปกติ

การสครับหลังด้วยเปลือกมังคุด
สรรพคุณของเปลือกมังคุด มีสารประกอบสำคัญที่ช่วยเข้าบำรุงปัญหาความหย่อนคล้อยของผิวหนัง ช่วยกระตุ้นผิวทำให้เกิดความกระชับและเต่งตึงมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็ยังมีนหน้าที่สำคัญช่วยยับยั้งการเกิดเชื้อแบคทีเรีย ทำให้ผิวอักเสบสามารถหายเป็นปกติได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น การใช้งานเปลือกมังคุดเพียงแค่สาวๆ นำเปลือกมังคุดสดมาถูกให้ทั่วบริเวณแผ่นหลัง จากนั้นทิ้งเอาไว้ประมาณครึ่งชั่วโมงจึงล้างออก ทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ปัญหาสิวก็จะค่อยๆ ยุบหายไปได้ในที่สุดค่ะ

ที่สำคัญการดูแลแผ่นหลังให้สะอาดและมีอากาศถ่ายเทอยู่เสมอ จะช่วยป้องกันสิวที่หายไปไม่ให้กลับมาก่อความรำคาญให้กับสาวๆ ได้อีก เพียงเท่านี้ ปัญหาสิวก็จะกลายเป็นเรื่องขี้ประติ๋ว พร้อมเรียกความมั่นใจในการเผยผิวสาวที่ขาวเรียบเนียนให้สามารถกลับมาอวดโฉมได้อีกครั้ง